Max vs 100 ฟังดูเหมือนเกม: ให้ Max Verstappen ออกตัว P101 แล้วแซงคนข้างหน้าให้ครบ 100 คน ภายใน 30 รอบหรือ 75 นาที บนสนามคาร์ตที่สร้างพิเศษที่ Silverstone
แต่กติกาทำให้มันโหดกว่าการแซงปกติ เพราะเมื่อท้ายคาร์ตของ Max ขึ้นมาเสมอกับหน้าคาร์ตของใคร คนนั้นออกจากเกมทันที ไม่มีสิทธิ์สวนกลับ ไม่มีโอกาสขอคืนตำแหน่ง
Max ใช้เวลา 14 รอบ ราว 35 นาที จบภารกิจทั้งสนาม
อย่างไรก็ตาม หากมองข้ามฉาก Max ไล่เก็บคาร์ตทีละคัน เรื่องที่สนุกไม่แพ้กันคือคนกลุ่มสุดท้ายที่ยังรอดอยู่ข้างหน้าเขา และสองคนที่ขึ้นโพเดียมเคียงข้างแชมป์โลก F1 ไม่ใช่นักแข่งอาชีพ
ไม่ใช่แค่ Max vs 100 แต่คือ Max ไล่ล่าแก๊งหัวแถว
ก่อน Max จะไล่ถึง กลุ่มนำมี Jacky Martens, Zac Alsop และ Lewis Osler ทั้งสามคนหนีความวุ่นวายช่วงต้นได้ และสร้าง gap ราว 12 วินาที แม้ Max จะไล่คืนได้ประมาณสามวินาทีต่อรอบก็ตาม
P2: Jacky Martens นักข่าว F1 ที่ได้ Pole และนำเกมอยู่นานที่สุด
Jacky Martens คือคนที่ Max แซงเป็นคนสุดท้าย เขาเป็นนักข่าว F1 ชาวดัตช์จาก De Limburger และ co-host ของพอดแคสต์ Paddock Access ไม่ใช่อดีตแชมป์โลก motocross ชาวเบลเยียมที่ชื่อซ้ำกัน
Jacky มีพื้นฐานคาร์ตมาตั้งแต่เด็ก เคยขับที่ Genk และรักการแข่งจริงจัง แต่ไม่ได้เดินต่อเป็นนักแข่งอาชีพเพราะต้นทุนของกีฬานี้สูงเกินไป เส้นทางของเขาจึงพาเข้าสู่ F1 ผ่านงานข่าว แทนที่จะเป็นผ่าน cockpit
ใน Max vs 100 เขาไม่ได้มาแค่ร่วมสนุก เขาได้ pole position จากรอบคัดเลือก และนำเกมอยู่เกือบตลอดการแข่งขัน เขาหนี chaos ตั้งแต่ต้น รักษาจังหวะของตัวเอง และกลายเป็นคนสุดท้ายที่ Max ต้องไล่ล่า
P3: Lewis Osler คนสร้างเครื่องยนต์ ที่ได้ขึ้นโพเดียมกับ Max
คนที่จบ P3 คือ Lewis Osler ซึ่งทำงานเป็น Engine Builder กับ Red Bull Powertrains
เขาไม่ใช่นักแข่งอาชีพ และจากข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ ยังไม่มีประวัติการแข่งขันระดับอาชีพหรือแชมป์คาร์ตให้ยืนยันชัดเจน แต่ในวันนั้น Osler ไม่ได้มีบทเป็น “ช่างที่มาลองขับ” เลย เขาอยู่กลุ่มนำตั้งแต่ต้น ร่วมกับ Jacky และ Zac Alsop
สำหรับคนที่ทำงานอยู่หลังบ้านของโปรเจกต์เครื่องยนต์ F1 การได้ยืนบนโพเดียมข้าง Max ในอีเวนต์แบบนี้ก็น่ารักมาก: ปกติงานของเขาคือช่วยสร้าง power unit ให้ทีมเร็วขึ้น แต่วันนั้นเขาต้องเอาตัวรอดจากคนที่ขับรถของทีมเขาเอง
P4: Zac Alsop คนที่กล้าบลัฟ Max ผ่านวิทยุ
คนที่ทำให้เรื่องนี้มีรสชาติที่สุดคือ Zac Alsop YouTuber ชาวอังกฤษสาย challenge และ comedy เขาจบ P4 แต่มีช่วงเวลาที่คนดูน่าจะจำได้มากกว่าอันดับเสียอีก
ตอน Zac อยู่หัวแถว เขาพูดผ่านวิทยุไปหา Max ประมาณว่า “พวกเราอยู่ข้างหน้าไกลมากนะ รีบหน่อยสิ” เป็น trash talk ที่กล้าดี เพราะอีกฝั่งคือ Max Verstappen
Max ไม่ได้ตอบด้วยการเถียงยาว เขาตอบตามสไตล์ Max ว่าเขากำลังมา และให้คนข้างหน้าตั้งใจไว้เพราะเขาจะไล่ทันแน่ จากนั้นไม่กี่รอบ เขาแซง Zac กับ Lewis ในโค้งเดียวกัน ก่อนตามไปปิดภารกิจด้วยการแซง Jacky
5 โมเมนต์ที่ทำให้ Max vs 100 สนุกกว่าที่คิด
1. ออกตัวแบบดึ๊บ ๆ เพื่อช่วยคาร์ตไปข้างหน้า
ก่อนเกมจะเริ่ม Max มีจังหวะขยับตัวโยกไปข้างหน้าในคาร์ต เหมือนกำลัง “ปั๊ม” รถให้พุ่งออกตัว คนดูอาจขำ แต่พื้นฐานคาร์ตทำให้เห็นว่าร่างกายและน้ำหนักของคนขับมีผลกับการเคลื่อนตัวไม่น้อย
2. แซงเกิน 60 คันในรอบแรก
โค้งแรกกลายเป็นคอขวด คาร์ตหลายคันชนกัน หมุน หรือไปกองอยู่ด้านใน Max เลือกทางรอบนอกและหลบ chaos ได้ เขาจบช่วงแรกด้วยการไต่ขึ้นมาประมาณ P37 ขณะที่คู่แข่ง 63 คนถูก eliminate ไปแล้ว
3. “อย่าแซงผมนะ” แต่ Max ไม่รับคำขอ
ในรอบ 7 มีเสียงของ Paky TWC หรือ Patrick Tremolada YouTuber สาย motorsport ซึ่งตอนนั้นอยู่ P6 ขอ Max ผ่านวิทยุว่าอย่าเพิ่งแซง แต่กติกานี้ไม่ได้มี mercy rule และไม่นาน Max ก็ผ่านเขาไป
4. ลัดสนามด้วย Chucky Lap
ผู้ท้าชิงทุกคนมีสิทธิ์ใช้ shortcut หนึ่งครั้งในช่วงครึ่งแรกของเกม เรียกว่า Chucky Lap ซึ่งช่วยประหยัดเวลาราว 5–6 วินาที ตอนกลุ่มหัวแถวเริ่มโดน Max ไล่ทัน Race Control ยังให้ Jacky, Zac และ Lewis ใช้ fast lap เพิ่มอีกหนึ่งครั้ง ทั้งสามคนใช้ทางลัดพร้อมกันในรอบ 12 แล้วเปลี่ยนเป็นโหมดขับป้องกันเต็มตัว
5. หลุดไปเหยียบขอบสนาม แล้ว ballast หลุด
Max มีจังหวะพลาดออกไปบนหญ้า/ขอบสนามในช่วงกลางเกม คาร์ตกระแทกจนมีน้ำหนักถ่วงหลุดออกมา ข่าวหลายแห่งเลยแซวว่าเขา “สลัดน้ำหนัก” ให้รถเบาขึ้นเสียเลย แต่ข้อเท็จจริงคือเป็นอุบัติเหตุระหว่างวิ่ง ไม่ใช่กลยุทธ์ลับ เขายังต้องไล่ด้วยฝีมือเหมือนเดิม
จาก P101 สู่ P1: ทำไมสามคนนี้ยังเป็นผู้ชนะ
ท้ายที่สุด Max แซง Zac และ Lewis ในโค้งเดียว ก่อนจัดการ Jacky ในโค้งสุดท้ายเพื่อขึ้น P1 จาก P101
แต่หากมองจากอีกมุม Jacky Martens, Lewis Osler และ Zac Alsop ต่างทำสิ่งที่คนดูไม่คิดว่าจะได้เห็นก่อนแข่ง: พวกเขาหนี Max ได้ไกลพอให้เรื่องนี้กลายเป็น race ไม่ใช่แค่โชว์
Jacky ได้ P2 ในฐานะนักข่าว F1 ที่กลับมาจับพวงมาลัยอย่างจริงจัง Lewis ได้ P3 ในฐานะคนทำงานหลังบ้านของ Red Bull Powertrains และ Zac ได้ P4 พร้อมโมเมนต์บลัฟ Max ที่โดนสวนกลับแบบเจ็บแต่เท่
ส่วน Max? เขาชนะใน 35 นาที แล้วปิดท้ายด้วยคำเดิมที่ฟังยังไงก็เหมาะกับวันนั้น
“Simply lovely.”
Sources: Red Bull: Race report และผลอย่างเป็นทางการ, Verstappen.com: สรุปลำดับเหตุการณ์, Motorsport-Magazin: radio moments และ Chucky Lap, L1 Nieuws: ประวัติ Jacky ในคาร์ต