ถ้าดู F1 แล้วได้ยินทีมพูดว่า “We’re vulnerable to the undercut” แปลเป็นภาษาคนดูง่าย ๆ คือ “ถ้าไม่เข้าพิทตอนนี้ มีสิทธิ์โดนคันหลังแซงตอนสลับยาง”

เพราะใน F1 การแซงไม่ได้เกิดบนแทร็กอย่างเดียว บางทีเกมตัดสินกันในช่วงที่รถหายเข้า pit lane แค่ไม่กี่สิบวินาทีด้วย

คำที่เจอบ่อยที่สุดคือ undercut กับ overcut ทั้งคู่คือการพยายามแซงคู่แข่งผ่านจังหวะ pit stop แต่เลือกเล่นคนละทาง

Undercut คืออะไร?

Undercut คือการเข้าพิทก่อนรถคันที่อยู่ข้างหน้า เพื่อเปลี่ยนไปใช้ยางใหม่ แล้วใช้ความสดของยางกดเวลาบน out-lap ให้เร็วพอที่จะแซงกลับได้ตอนอีกคันเข้าพิทตามมา

ลองนึกภาพนี้:

  • รถ A อยู่อันดับ 4
  • รถ B ตามหลังไม่ถึง 2 วินาที
  • รถ B เข้า pit ก่อน เปลี่ยนเป็นยางใหม่
  • รถ A อยู่ต่ออีกหนึ่งรอบด้วยยางเก่า
  • พอรถ A เข้า pit และออกมา รถ B กลายเป็นอยู่ข้างหน้า

บนจออาจดูเหมือนรถ B หายไปพักหนึ่ง แต่จริง ๆ ทีมนั้นกำลังกด lap สำคัญที่สุดของ stint อยู่

เหตุผลที่ undercut มักได้ผลคือยางใหม่มี grip ดีกว่า ยิ่งยางเก่าของรถคันหน้าเริ่มตก รถที่เพิ่งออกจาก pit ก็ยิ่งมีโอกาสทำเวลาเร็วกว่าแบบเห็นชัด Formula 1 อธิบายว่า undercut จะมีประสิทธิภาพมากบนสนามที่แซงยากและ tyre degradation สูง เพราะ track position สำคัญมากกว่าการไล่แซงกันตรง ๆ บนแทร็ก อ่านคำอธิบายจาก F1

แล้ว Overcut ต่างยังไง?

Overcut คือการเลือกอยู่บนแทร็กต่อ หลังคู่แข่งเข้าพิทไปก่อน แล้วพยายามทำ in-lap ให้เร็วพอ ก่อนเข้าพิทช้ากว่าและกลับออกมานำ

ฟังดูเหมือนปล่อยให้คู่แข่งใช้ยางใหม่ไปฟรี ๆ แต่ overcut ใช้ได้จริงในบางเงื่อนไข โดยเฉพาะเมื่อยางใหม่ยังอุ่นไม่ทัน

รถที่เพิ่งออกจาก pit ต้องใช้เวลาทำให้ยางเข้า operating window ก่อน ถ้าสนามอากาศเย็น พื้นผิว low grip หรือมีโค้งช้าเยอะ ยางใหม่อาจยังไม่พร้อมใน out-lap ขณะที่รถที่ยังอยู่บนแทร็กใช้ยางเก่าแต่ยางอยู่ในอุณหภูมิที่ทำงานได้พอดี

จังหวะนี้แหละที่รถคันหน้าอาจกดเวลาใน in-lap ได้เร็วกว่า แล้วแซงกลับตอนเข้าพิททีหลัง F1 ยก Monaco เป็นตัวอย่างที่ undercut กับ overcut สูสีกันมาก เพราะยางใหม่ไม่ได้อุ่นง่าย และการแซงบนแทร็กก็ยากมาก อ่าน case study Monaco

สรุปแบบดูแข่งทันที

UNDERCUT

เข้าพิทก่อนคู่แข่ง

ลองใช้ยางใหม่กดเวลาใน out-lap เพื่อแซงตอนอีกคันเข้าพิท

OVERCUT

คู่แข่งเข้าแล้ว แต่เราอยู่ต่อ

ทำ in-lap ให้เร็วกว่า ตอนที่ยางใหม่ของคู่แข่งยังอุ่นไม่เต็มที่

WAIT AND WATCH

ทั้งสองคันยังไม่เข้า

กำลังรอดู tyre life, traffic และโอกาสของ Safety Car

TRAFFIC RISK

เข้า pit แล้วออกมาติดรถช้า

กลยุทธ์อาจพังได้ แม้เปลี่ยนยางในจังหวะที่ถูกต้อง

ทำไมเข้า Pit ก่อนแล้วไม่ได้แซงทุกครั้ง?

เพราะ pit stop ไม่ได้มีแค่เรื่องยางใหม่ ยังมีตัวแปรเยอะมาก

อย่างแรกคือ traffic ถ้าเข้าพิทแล้วกลับออกมาติดรถที่ช้ากว่า ต่อให้ยางสดก็ใช้ pace ไม่ได้เต็มที่ Undercut ที่ตั้งใจไว้ก็อาจหายหมดในสองโค้ง

อย่างที่สองคือ pit stop time ทีมทำงานช้ากว่าแค่ 1-2 วินาทีก็เปลี่ยนผลได้เลย และยังมี pit lane loss ของแต่ละสนามที่ไม่เท่ากัน

อีกเรื่องคือ tyre warm-up ยางใหม่ไม่ได้เร็วทันทีเสมอไป ถ้ายางแข็งหรืออากาศเย็น รถอาจต้องใช้เวลาหนึ่งรอบกว่าจะจับได้เต็มที่ นั่นคือช่องให้ overcut ทำงาน

สุดท้ายคือ Safety Car หรือ Virtual Safety Car ซึ่งเปลี่ยนเกมได้ในทันที ถ้าคนหนึ่งเข้าพิทก่อนจังหวะ neutralise ส่วนอีกคนได้เข้าพิทตอนเวลาที่เสียลดลง กลยุทธ์ที่วางมาทั้ง stint อาจกลับด้านในไม่กี่วินาที

สนามแบบไหนที่ Undercut น่ากลัว?

ให้สังเกตสนามที่แซงยาก รถตามกันแล้วเจอ dirty air เยอะ หรือยางเสื่อมเร็ว เช่นสนาม street circuit หลายแห่ง หรือสนามที่ track position สำคัญมาก

แต่ถ้าสนามยางไม่ค่อยเสื่อม รถออกจาก pit อุ่นยางยาก หรือมีโอกาสเจอ traffic สูง ทีมอาจเลือกอยู่ต่อแล้วลุ้น overcut แทน

เพราะฉะนั้นเวลานักพากย์บอกว่า “ทีมนี้เข้าพิทก่อนเพื่อ cover the undercut” ไม่ได้แปลว่าพวกเขาอยากเปลี่ยนยางแล้ว แปลว่าพวกเขาไม่อยากปล่อยให้คู่แข่งทำ lap ยางสดแล้วแซงไปต่างหาก

ดูเรซหน้าควรมองอะไร?

พอรถสองคันห่างกันราว 1-2 วินาที ให้เริ่มจับตาได้เลยว่า pit window กำลังมา

ดูว่าคันหลังเข้าก่อนหรือเปล่า ดู out-lap ของคันนั้นเร็วแค่ไหน แล้วดูว่าคันหน้าทำ in-lap ได้ดีพอไหม แค่นี้การดูช่วงที่รถทยอยเข้าพิทก็สนุกขึ้นเยอะ เพราะมันไม่ใช่ช่วงพักจากการแข่งขัน แต่มันคือการแซงกันแบบที่กล้องตามไม่ทัน

สำหรับพื้นฐานเรื่อง tyre life และสนามที่ strategy มีผลมาก ลองอ่านต่อที่ Hungaroring: คู่มือสนามที่ Rhythm, Clean Air และ Tyre Life ชนะ Straight-line Speed ได้เลย